ไขปริศนาระบบวัด นิ้ว หุน มิล ทำไมหมุนน็อตไม่เข้า?

เคยสงสัยกันไหมครับว่า ทำไมโลกยุคดิจิทัลที่เราอยู่กันทุกวันนี้ เวลาไปเดินไทวัสดุ โฮมโปร หรือร้านขายอุปกรณ์ช่าง เราถึงยังเจอคำว่า "นิ้ว" "ฟุต" "ไมล์" หรือแม้แต่คำไทยๆ อย่าง "หุน" อยู่เลย! ทั้งๆ ที่โรงเรียนก็สอนเราวัดความยาวเป็นเซนติเมตรกับเมตรมาตั้งแต่เด็ก เรื่องนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะความบังเอิญครับ แต่มันมีประวัติศาสตร์ยาวนานระดับพันปีที่เบื้องหลังเต็มไปด้วยเรื่องราวสุดสนุก และส่งผลมาถึงสกรู น็อต และท่อประปาในบ้านเราจนถึงทุกวันนี้
ย้อนกลับไปในอดีต ยุคที่มนุษย์เรายังไม่มีตลับเมตร หรือแม้กระทั่งไม้บรรทัดมาตรฐาน คำถามคือคนสมัยก่อนใช้อะไรวัด? คำตอบง่ายมาก พวกเค้าใช้อวัยวะบนร่างกายตัวเองนี่แหละครับ!
เริ่มต้นกันที่ นิ้ว (Inch) - รู้ไหมครับว่าคำว่า Inch มีรากศัพท์มาจากภาษาลาตินว่า Uncia ที่แปลว่า "หนึ่งในสิบสองส่วน" แต่ในทางปฏิบัติต่างคนก็ต่างใช้นิ้วหัวแม่มือ (Thumb) ของตัวเองเป็นเกณฑ์ ซึ่งแน่นอนว่ามือคนเรายาวไม่เท่ากัน! ยุคต่อมาในอังกฤษจึงต้องพยายามสร้างมาตรฐานขึ้นมา ด้วยการกำหนดให้ 1 นิ้ว เท่ากับความยาวของเมล็ดข้าวบาร์เลย์แห้ง 3 เมล็ดเรียงต่อกัน ฟังดูปวดหัวเลยใช่ไหมครับ แต่นั่นคือสุดยอดเทคโนโลยีการวัดในยุคนั้นแล้ว

แล้วคำว่า หุน ล่ะ มาจากไหน? หลายคนคิดว่าหุนเป็นหน่วยอังกฤษ แต่จริงๆ แล้ว "หุน" คือภูมิปัญญาการเรียกของช่างสืบเชื้อสายจีนในไทยครับ! คำว่า หุน (分 - เฟิน) ในภาษาจีนแปลว่า "ส่วนย่อย" เมื่อช่างไม้ช่างเหล็กชาวจีนในไทยต้องทำงานกับระบบอังกฤษที่ใช้นิ้ว จึงนำ 1 นิ้วมาซอยย่อยออกเป็น 8 ส่วนเท่าๆ กัน แล้วเรียก 1 ใน 8 นิ้วนั้นว่า 1 หุน (เขียน 1/8") ดังนั้น 2 หุน ก็คือ 2/8 (หรือ 1/4 นิ้ว), 4 หุน ก็คือ 4/8 (หรือ 1/2" หรือครึ่งนิ้ว) นั่นเองครับ เป็นการฟิวชันทางภาษาและช่างที่คมคายมากๆ เลย ว่าไหมครับ
ขยับขึ้นมาที่ ฟุต (Foot) อันนี้ตรงตัวเลยครับ คือความยาวของ "เท้ามนุษย์" แต่เป็นเท้าของใครล่ะ? ตำนานเล่าว่ากษัตริย์เฮนรีที่ 1 แห่งอังกฤษ ทรงสั่งให้กำหนดระยะ 1 ฟุต จากความยาวพระบาทของพระองค์เอง เพื่อให้ทุกคนในแผ่นดินใช้มาตรฐานเดียวกัน และแบ่ง 1 ฟุต ออกเป็น 12 นิ้วอย่างที่เราคุ้นเคยกัน

ส่วนหน่วยระยะทางไกลอย่าง ไมล์ (Mile) ย้อนไปไกลถึงยุคโรมันเลยครับ มาจากคำว่า Mille Passus ในภาษาลาติน แปลว่า "หนึ่งพันก้าว" โดยนับจากการก้าวเท้าของทหารโรมันขณะเดินทัพ 1 ก้าวโรมันคือนับตั้งแต่เท้าซ้ายก้าว จนเท้าซ้ายลงแตะพื้นอีกรอบ (เท่ากับ 2 สเต็ปปกติ) เดินครบ 1,000 ก้าวคู่ ก็ได้ระยะทาง 1 ไมล์พอดีครับ!
ทั้งหมดนี้รวมกันกลายเป็นระบบที่เรียกว่า Imperial System (ระบบอิมพีเรียล) หรือระบบอังกฤษนั่นเองครับ
แล้วมันเกี่ยวอะไรกับสกรู น็อต และสินค้าอุตสาหกรรมในปัจจุบัน?
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในยุค ปฏิวัติอุตสาหกรรม (Industrial Revolution) ช่วงศตวรรษที่ 18-19 ครับ เมื่อโรงงานเริ่มเปลี่ยนจากการทำมือมาเป็นการใช้เครื่องจักรผลิตสินค้าทีละมากๆ คำถามคือ ถ้าโรงงาน A ทำน็อต แล้วโรงงาน B ทำเกลียว แต่ละคนใช้นิ้วตัวเองวัด... ผลคือมันหมุนเข้ากันไม่ได้ครับ!
บรรดา วิศวกรยุคนั้น นำโดย เซอร์ โจเซฟ วิทเวิร์ธ (Sir Joseph Whitworth) ชาวอังกฤษ จึงเสนอให้จัดทำ มาตรฐานเกลียวสกรูกลาง (Whitworth Thread) ขึ้นมาโดยใช้นิ้วและหุนเป็นหลัก และสหรัฐอเมริกาก็นำไปพัฒนาต่อเป็นเกลียวระบบ UNC / UNF ซึ่งแพร่หลายไปทั่วโลกตามอิทธิพลทางเศรษฐกิจและการทหารของฝั่งตะวันตก
แต่ในเวลาใกล้เคียงกัน ฝรั่งเศสหลังยุคปฏิวัติใหญ่ มองว่าระบบอิมพีเรียลที่อิงกับส่วนสัดของกษัตริย์หรือเมล็ดข้าว มันซับซ้อน คำนวณยาก (12 นิ้วเป็น 1 ฟุต, 3 ฟุตเป็น 1 ยาร์ด, 1,760 ยาร์ดเป็น 1 ไมล์... ตัวเลขไม่สัมพันธ์กันเลย!) ฝรั่งเศสจึงคิดค้น ระบบเมตริก (Metric System) ขึ้นมาใหม่ โดยอิงกับธรรมชาติต่างหาก นั่นคือการนำระยะทางจากเส้นศูนย์สูตรไปยังขั้วโลกเหนือมาแบ่งเป็น 10 ล้านส่วน ได้ออกมาเป็น 1 เมตร แล้วใช้ระบบฐาน 10 (มิลลิเมตร, เซนติเมตร, เมตร, กิโลเมตร) ที่คำนวณง่ายกว่ามากๆ
และนั่นคือจุดเริ่มต้นของ "โลก 2 ระบบ" ที่ส่งผลมาถึงเราในวันนี้ครับ!

ระบบอิมพีเรียล (Imperial / Inch Standard): ครองโลกผ่านมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกา และอิทธิพลเดิมของจักรวรรดิอังกฤษ สินค้าอุตสาหกรรมยุคเก่า งานประปา (ท่อ 4 หุน, ท่อ 6 หุน) งานน็อตสกรูในรถยนต์อเมริกัน หรือแม้แต่หน้าจอทีวี จอมอนิเตอร์ และล้อแม็กรถยนต์ ทุกวันนี้ก็ยังวัดขนาดเป็น "นิ้ว" อยู่เลยครับ!
ระบบเมตริก (Metric Standard / ISO): ครองโลกผ่านสถาบันวิทยาศาสตร์ ยุโรป และฝั่งเอเชียอย่างญี่ปุ่น สินค้าอุตสาหกรรมยุคใหม่ สกรูน็อตมาตรฐาน ISO (ที่เราเห็นรหัส M6, M8, M10 นั่นคือเกลียวเมตริกขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 6 มม., 8 มม.) รถยนต์ญี่ปุ่นและยุโรปส่วนใหญ่ใช้ระบบนี้ทั้งหมดครับ
เวลาที่คุณไปซื้อน็อตแล้วหมุนไม่เข้า ทั้งๆ ที่ดูขนาดตาเปล่าก็น่าจะเท่ากัน... ความจริงก็คือ คุณอาจจะกำลังเอาน็อตเกลียวเมตริก (เช่น M8) ไปหมุนใส่รูเกลียวอิมพีเรียล (เช่น 5/16 นิ้ว) อยู่ก็ได้ครับ! เพราะระยะห่างของเกลียวและองศาเกลียวของทั้ง 2 ระบบนี้ถูกออกแบบมาไม่เหมือนกันเลยตั้งแต่ยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม
น่าทึ่งไหมครับว่า แค่เรื่องของ "ก้าวเดินทหารโรมัน" "เมล็ดข้าวบาร์เลย์" และ "ความพยายามหาวิธีวัดของช่างโบราณ" ในวันนั้น จะตกทอดมาเป็นมาตรฐานเครื่องมือช่าง สายผลิตในโรงงาน ไปจนถึงน็อตตัวเล็กๆ บนกะทะล้อรถยนต์ที่คุณขับอยู่ทุกวันนี้!
ครั้งหน้าถ้าเห็นน็อต หรือเห็นสเปกหน้าจอสมาร์ตโฟนเขียนว่า 6.7 นิ้ว... คุณผู้อ่านก็น่าจะอ๋อแล้วนะครับว่า อารยธรรมกษัตริย์อังกฤษและทหารโรมัน ยังคงซ่อนอยู่ในกระเป๋ากางเกงของเราเสมอครับ!


