แชร์

ไขปริศนาระบบวัด นิ้ว หุน มิล ทำไมหมุนน็อตไม่เข้า?

อัพเดทล่าสุด: 29 ก.ย. 2026
31 ผู้เข้าชม
The Surprising History of Measurements: From Ancient Kings to Your Screws & Nuts

เคยสงสัยกันไหมครับว่า ทำไมโลกยุคดิจิทัลที่เราอยู่กันทุกวันนี้ เวลาไปเดินไทวัสดุ โฮมโปร หรือร้านขายอุปกรณ์ช่าง เราถึงยังเจอคำว่า "นิ้ว" "ฟุต" "ไมล์" หรือแม้แต่คำไทยๆ อย่าง "หุน" อยู่เลย! ทั้งๆ ที่โรงเรียนก็สอนเราวัดความยาวเป็นเซนติเมตรกับเมตรมาตั้งแต่เด็ก เรื่องนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะความบังเอิญครับ แต่มันมีประวัติศาสตร์ยาวนานระดับพันปีที่เบื้องหลังเต็มไปด้วยเรื่องราวสุดสนุก และส่งผลมาถึงสกรู น็อต และท่อประปาในบ้านเราจนถึงทุกวันนี้

ย้อนกลับไปในอดีต ยุคที่มนุษย์เรายังไม่มีตลับเมตร หรือแม้กระทั่งไม้บรรทัดมาตรฐาน คำถามคือคนสมัยก่อนใช้อะไรวัด? คำตอบง่ายมาก พวกเค้าใช้อวัยวะบนร่างกายตัวเองนี่แหละครับ!

เริ่มต้นกันที่ นิ้ว (Inch) - รู้ไหมครับว่าคำว่า Inch มีรากศัพท์มาจากภาษาลาตินว่า Uncia ที่แปลว่า "หนึ่งในสิบสองส่วน" แต่ในทางปฏิบัติต่างคนก็ต่างใช้นิ้วหัวแม่มือ (Thumb) ของตัวเองเป็นเกณฑ์ ซึ่งแน่นอนว่ามือคนเรายาวไม่เท่ากัน! ยุคต่อมาในอังกฤษจึงต้องพยายามสร้างมาตรฐานขึ้นมา ด้วยการกำหนดให้ 1 นิ้ว เท่ากับความยาวของเมล็ดข้าวบาร์เลย์แห้ง 3 เมล็ดเรียงต่อกัน ฟังดูปวดหัวเลยใช่ไหมครับ แต่นั่นคือสุดยอดเทคโนโลยีการวัดในยุคนั้นแล้ว



แล้วคำว่า หุน ล่ะ มาจากไหน? หลายคนคิดว่าหุนเป็นหน่วยอังกฤษ แต่จริงๆ แล้ว "หุน" คือภูมิปัญญาการเรียกของช่างสืบเชื้อสายจีนในไทยครับ! คำว่า หุน (分 - เฟิน) ในภาษาจีนแปลว่า "ส่วนย่อย" เมื่อช่างไม้ช่างเหล็กชาวจีนในไทยต้องทำงานกับระบบอังกฤษที่ใช้นิ้ว จึงนำ 1 นิ้วมาซอยย่อยออกเป็น 8 ส่วนเท่าๆ กัน แล้วเรียก 1 ใน 8 นิ้วนั้นว่า 1 หุน (เขียน 1/8") ดังนั้น 2 หุน ก็คือ 2/8 (หรือ 1/4 นิ้ว), 4 หุน ก็คือ 4/8 (หรือ 1/2" หรือครึ่งนิ้ว) นั่นเองครับ เป็นการฟิวชันทางภาษาและช่างที่คมคายมากๆ เลย ว่าไหมครับ

ขยับขึ้นมาที่ ฟุต (Foot) อันนี้ตรงตัวเลยครับ คือความยาวของ "เท้ามนุษย์" แต่เป็นเท้าของใครล่ะ? ตำนานเล่าว่ากษัตริย์เฮนรีที่ 1 แห่งอังกฤษ ทรงสั่งให้กำหนดระยะ 1 ฟุต จากความยาวพระบาทของพระองค์เอง เพื่อให้ทุกคนในแผ่นดินใช้มาตรฐานเดียวกัน และแบ่ง 1 ฟุต ออกเป็น 12 นิ้วอย่างที่เราคุ้นเคยกัน



ส่วนหน่วยระยะทางไกลอย่าง ไมล์ (Mile) ย้อนไปไกลถึงยุคโรมันเลยครับ มาจากคำว่า Mille Passus ในภาษาลาติน แปลว่า "หนึ่งพันก้าว" โดยนับจากการก้าวเท้าของทหารโรมันขณะเดินทัพ 1 ก้าวโรมันคือนับตั้งแต่เท้าซ้ายก้าว จนเท้าซ้ายลงแตะพื้นอีกรอบ (เท่ากับ 2 สเต็ปปกติ) เดินครบ 1,000 ก้าวคู่ ก็ได้ระยะทาง 1 ไมล์พอดีครับ!

ทั้งหมดนี้รวมกันกลายเป็นระบบที่เรียกว่า Imperial System (ระบบอิมพีเรียล) หรือระบบอังกฤษนั่นเองครับ

แล้วมันเกี่ยวอะไรกับสกรู น็อต และสินค้าอุตสาหกรรมในปัจจุบัน?

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในยุค ปฏิวัติอุตสาหกรรม (Industrial Revolution) ช่วงศตวรรษที่ 18-19 ครับ เมื่อโรงงานเริ่มเปลี่ยนจากการทำมือมาเป็นการใช้เครื่องจักรผลิตสินค้าทีละมากๆ คำถามคือ ถ้าโรงงาน A ทำน็อต แล้วโรงงาน B ทำเกลียว แต่ละคนใช้นิ้วตัวเองวัด... ผลคือมันหมุนเข้ากันไม่ได้ครับ!

บรรดา วิศวกรยุคนั้น นำโดย เซอร์ โจเซฟ วิทเวิร์ธ (Sir Joseph Whitworth) ชาวอังกฤษ จึงเสนอให้จัดทำ มาตรฐานเกลียวสกรูกลาง (Whitworth Thread) ขึ้นมาโดยใช้นิ้วและหุนเป็นหลัก และสหรัฐอเมริกาก็นำไปพัฒนาต่อเป็นเกลียวระบบ UNC / UNF ซึ่งแพร่หลายไปทั่วโลกตามอิทธิพลทางเศรษฐกิจและการทหารของฝั่งตะวันตก

แต่ในเวลาใกล้เคียงกัน ฝรั่งเศสหลังยุคปฏิวัติใหญ่ มองว่าระบบอิมพีเรียลที่อิงกับส่วนสัดของกษัตริย์หรือเมล็ดข้าว มันซับซ้อน คำนวณยาก (12 นิ้วเป็น 1 ฟุต, 3 ฟุตเป็น 1 ยาร์ด, 1,760 ยาร์ดเป็น 1 ไมล์... ตัวเลขไม่สัมพันธ์กันเลย!) ฝรั่งเศสจึงคิดค้น ระบบเมตริก (Metric System) ขึ้นมาใหม่ โดยอิงกับธรรมชาติต่างหาก นั่นคือการนำระยะทางจากเส้นศูนย์สูตรไปยังขั้วโลกเหนือมาแบ่งเป็น 10 ล้านส่วน ได้ออกมาเป็น 1 เมตร แล้วใช้ระบบฐาน 10 (มิลลิเมตร, เซนติเมตร, เมตร, กิโลเมตร) ที่คำนวณง่ายกว่ามากๆ

และนั่นคือจุดเริ่มต้นของ "โลก 2 ระบบ" ที่ส่งผลมาถึงเราในวันนี้ครับ!



 

     ระบบอิมพีเรียล (Imperial / Inch Standard): ครองโลกผ่านมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกา และอิทธิพลเดิมของจักรวรรดิอังกฤษ สินค้าอุตสาหกรรมยุคเก่า งานประปา (ท่อ 4 หุน, ท่อ 6 หุน) งานน็อตสกรูในรถยนต์อเมริกัน หรือแม้แต่หน้าจอทีวี จอมอนิเตอร์ และล้อแม็กรถยนต์ ทุกวันนี้ก็ยังวัดขนาดเป็น "นิ้ว" อยู่เลยครับ!


     ระบบเมตริก (Metric Standard / ISO): ครองโลกผ่านสถาบันวิทยาศาสตร์ ยุโรป และฝั่งเอเชียอย่างญี่ปุ่น สินค้าอุตสาหกรรมยุคใหม่ สกรูน็อตมาตรฐาน ISO (ที่เราเห็นรหัส M6, M8, M10 นั่นคือเกลียวเมตริกขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 6 มม., 8 มม.) รถยนต์ญี่ปุ่นและยุโรปส่วนใหญ่ใช้ระบบนี้ทั้งหมดครับ


เวลาที่คุณไปซื้อน็อตแล้วหมุนไม่เข้า ทั้งๆ ที่ดูขนาดตาเปล่าก็น่าจะเท่ากัน... ความจริงก็คือ คุณอาจจะกำลังเอาน็อตเกลียวเมตริก (เช่น M8) ไปหมุนใส่รูเกลียวอิมพีเรียล (เช่น 5/16 นิ้ว) อยู่ก็ได้ครับ! เพราะระยะห่างของเกลียวและองศาเกลียวของทั้ง 2 ระบบนี้ถูกออกแบบมาไม่เหมือนกันเลยตั้งแต่ยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม

น่าทึ่งไหมครับว่า แค่เรื่องของ "ก้าวเดินทหารโรมัน" "เมล็ดข้าวบาร์เลย์" และ "ความพยายามหาวิธีวัดของช่างโบราณ" ในวันนั้น จะตกทอดมาเป็นมาตรฐานเครื่องมือช่าง สายผลิตในโรงงาน ไปจนถึงน็อตตัวเล็กๆ บนกะทะล้อรถยนต์ที่คุณขับอยู่ทุกวันนี้!

ครั้งหน้าถ้าเห็นน็อต หรือเห็นสเปกหน้าจอสมาร์ตโฟนเขียนว่า 6.7 นิ้ว... คุณผู้อ่านก็น่าจะอ๋อแล้วนะครับว่า อารยธรรมกษัตริย์อังกฤษและทหารโรมัน ยังคงซ่อนอยู่ในกระเป๋ากางเกงของเราเสมอครับ!


บทความที่เกี่ยวข้อง
Self Drilling Screw Steel VS Stainless สกรูปลายสว่านเหล็กชุบ กับ สแตนเลส ต่างกันอย่างไร
เมื่อเปรียบเทียบสกรูปลายสว่านสแตนเลส (Stainless Steel Self Drilling Screw) กับสกรูปลายสว่านเหล็กชุบรุ้ง (Yellow Zinc plated self drilling screw) มีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกัน ดังนี้:
16 มิ.ย. 2024
สกรูเกลียวครึ่ง vs สกรูเกลียวตลอด
เลือกแบบไหนดี? มาดูความแตกต่างที่คุณควรรู้ก่อนตัดสินใจซื้อ ในการเลือกใช้สกรูสำหรับงานประกอบหรือโครงสร้างต่าง ๆ ลูกค้าหลายท่านอาจเคยสงสัยว่า... “ควรเลือกสกรูแบบเกลียวครึ่งหรือเกลียวตลอดดี?” วันนี้เราจะมาอธิบายความแตกต่างอย่างชัดเจน เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น
26 ส.ค. 2025
สตัดเกลียวตลอดเกรดต่างๆ Full Thread Stud Bolt various grade
ไขข้อข้องใจสตัดโบลต์! เทียบชัด 6 เกรดฮิตตั้งแต่ เกรดเหล็กธรรมดา ถึงแก๊งค์ ASTM A193 ต่างกันยังไง งานไหนใช้ตัวไหน สรุปครบจบในที่เดียวให้คุณเลือกสเปกได้เป๊ะ!
28 ส.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy